
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Roberto Soldado ลงเล่นไปกี่นัด
- เฌออัณณ์
- 18 views

Roberto Soldado ลงเล่นไปกี่นัด ซึ่งเขาลงเล่นไปทั้งหมด 120 นัด โดยเขาคือนักฟุตบอลชาวสเปน ที่เคยลงเล่นให้กับสโมสร “Tottenham Hotspur” ในช่วงปีคริสต์ศักราช 2013-2015 นั่นเอง และในปัจจุบัน เขาได้ยุติบทบาทการ เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพไปแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เขา หมดสัญญากับสโมสร “Levante” ไปแล้วนั่นเอง
ซึ่งนักเตะที่มีชื่อเล่นว่า “Roberto” คนนี้ เขาเป็นอดีตกองหน้า ของทีมชาติสเปน ที่เคยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอล Tottenham Hotspur ในช่วงปีคริสต์ศักราช 2013-2015 ซึ่งถึงแม้ว่าสถิติการทำประตูของเขา จะไม่โดดเด่นเท่ากับ ตอนเล่นให้กับทีมในสเปนก็ตาม แต่เขาก็เป็นผู้เล่นคนสำคัญ ในประวัติศาสตร์ ของสโมสรที่ผ่านมาอีกด้วย
โดยเขาได้ย้ายมาจากสโมสร “Valencia” ด้วยค่าตัวสูงถึง 26 ล้านปอนด์ ในช่วงฤดูร้อนปี 2013 ซึ่งเป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุด ของสโมสร ณ เวลานั้น เพื่อเป็นตัวแทนหลักในแนวรุก หลังจากทีมเพิ่งเสียนักเตะ “Gareth Bale” ไปนั่นเอง
และถึงแม้ว่าเขา จะประสบปัญหา เรื่องของฟอร์มการยิงประตูที่ฝืดเคือง แต่เขาก็เป็นขวัญใจ ของแฟนบอล ทีมสโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์ทุกคน เนื่องจากเขามีความทุ่มเท และมีความตั้งใจทุกครั้ง ที่ได้รับโอกาสในการลงเล่นในสนามเป็นต้น
ซึ่งเขามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Roberto Soldado Rillo” และเขามีชื่อเล่นที่แฟนบอล นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “Roberto” เป็นต้น โดยสุดยอดนักเตะคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคม ปีคริสต์ศักราช 1985 โดยเขาเกิดที่เมือง Valencia ในประเทศสเปน และปัจจุบันเขาอายุ 40 ปีแล้ว (22 กรกฎาคม 2025) [1]
โดยอดีตนักเตะกองหน้า ของสโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์คนนี้ เขาจะมีโครงสร้างร่างกายที่สมส่วน ซึ่งเขาจะมีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 179 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 82 กิโลกรัม ซึ่งเขาเป็นนักเตะชายชาวสเปน ที่ดำรงอยู่ในตำแหน่ง “กองหน้า” หรือที่เราเรียกว่า “Forward” นั่นเอง
ซึ่งจุดเริ่มต้นใน เส้นทางการเป็นฟุตบอลของ อดีตนักเตะกองหน้าคนนี้ ได้เริ่มจากการเป็นเด็กปั้นใน Academy ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่ง โดยจะมีลำดับเหตุการณ์ ที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้

ซึ่งตัวเทพนักเตะคนนี้ เขาได้ย้ายเข้าสู่สโมสร Tottenham Hotspur เมื่อวันที่ 1 เดือนสิงหาคม ปีคริสต์ศักราช 2013 ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ และเขาได้ลงประเดิมสนาม ในนัดแรกเมื่อวันที่ 18 เดือนสิงหาคม ปีคริสต์ศักราช 2013 นั่นเอง (19 มกราคม 2026) [2]
โดยเขาได้เซ็นสัญญา ในระยะยาวเป็นเวลา 4 ปี เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปีคริสต์ศักราช 2013 แต่เขาอยู่กับทีมสโมสรได้เพียง 2 ฤดูกาลแข่งขัน ก่อนจะย้ายออกจากสโมสร ในปีคริสต์ศักราช 2015 เพื่อไปร่วมทีมสโมสร “Villarreal” ในสเปน เนื่องจากฟอร์มการเล่น ไม่เป็นไปตามเป้า กับมีปัญหาเรื่องความมั่นใจ และสภาพจิตใจร่วมด้วยนั่นเอง
ซึ่งเขามีส่วนช่วยพาทีมสโมสร Real Madrid คว้าแชมป์ “LaLiga” มาได้ 1 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2007-2008 และเขายังได้รับรางวัลส่วนตัวอีก 2 รางวัล ซึ่งได้แก่รางวัล “Sarah Siddons Award” ในปีคริสต์ศักราช 2005-2006 กับรางวัล “Zarra Trophy” ในปีคริสต์ศักราช 2011-2012 นั่นเอง
และนอกจากนี้ เขายังมีส่วนช่วยทีมสโมสร Tottenham Hotspur คว้าแชมป์รองชนะเลิศ “English Football League Cup” มาได้ 1 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2014-2015 รวมถึงมีส่วนช่วยทีมชาติสเปน คว้าแชมป์รองชนะเลิศ “FIFA Confederations Cup” มาได้ 1 สมัย ในฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2013 อีกด้วย (7 พฤศจิกายน 2024) [3]
ซึ่งเขามีจุดเด่นในเรื่องของ ความแม่นยำในการยิงจุดโทษ กับการเชื่อมเกม และสร้างสรรค์โอกาส รวมถึงการเคลื่อนที่หาช่อง โดยจะมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้คือ
ซึ่งเขาลงเล่นไปทั้งหมด 120 นัดรวมการแข่งขันในทุกรายการ รวมถึงสามารถยิงประตูได้ทั้งหมด 24 ประตูด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นอดีตนักเตะ ผู้เก่งกาจของสโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์ อีกหนึ่งคนที่มีค่าตัวแพงที่สุด โดยเขาอยู่ลงเล่นให้กับสโมสร เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ ในช่วงปีคริสต์ศักราช 2013-2015 นั่นเอง
ซึ่งได้แก่สโมสร “Real Madrid” ถือว่าเป็นสโมสรแห่งแรก ที่นักเตะกองหลัง ผู้แข็งแกร่งคนนี้ ได้เซ็นสัญญาเป็น นักฟุตบอลมืออาชีพ ให้กับสโมสรแห่งนี้ เมื่อช่วงปีคริสต์ศักราช 2000-2002 นั่นเอง
ซึ่งเขาได้สวมเสื้อหมายเลข 9 ในช่วงตลอดระยะเวลา ที่เขาได้ลงเล่นให้กับสโมสร ฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ ตั้งแต่ในช่วงฤดูกาลแข่งขันปีที่ 2013 จนถึงปี 2015 นั่นเอง

