
ดาวยิงพรสวรรค์สูง Endrick เขาเคยยิงได้กี่ประตู
- เฌออัณณ์
- 29 views

Endrick เขาเคยยิงได้กี่ประตู ซึ่งเขายิงประตูในอาชีพค้าแข้ง ระดับอาชีพไปแล้วรวม 32 ประตู จากการลงเล่นให้ทั้งสโมสร และทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ และยิงให้กับสโมสร Real Madrid ได้ทั้งหมด 7 ประตู โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรายการ Copa del Rey ซึ่งเขาทำได้ 5 ประตูจาก 5 นัด นั่นเอง
Endrick เป็นกองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิล ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในยุคนี้ เขาเริ่มสร้างชื่อเสียงจากการถล่มประตู ในทีมเยาวชนของ Palmeiras ก่อนจะย้ายสู่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด ในปี 2024 ด้วยค่าตัวรวมออปชันกว่า 72 ล้านยูโร ในด้านสไตล์การเล่น
และเขาเป็นกองหน้าเท้าซ้าย ที่โดดเด่นด้วยพละกำลัง ความเร็ว และการจบสกอร์ที่เฉียบคม จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง Ronaldo Nazario ซึ่งปัจจุบันในวัย 19 ปี เขาเป็นกำลังสำคัญของ ทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ และกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในยุโรปกับเรอัล มาดริด เพื่อเตรียมก้าวขึ้นเป็นกองหน้าหมายเลข 9 ตัวหลักในอนาคต
ซึ่งเขามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Endrick Felipe Moreira de” และมีชื่อเล่นที่แฟนบอลนิยมเรียกกันว่า “Endrick” ซึ่งนักเตะกองหลังคนนี้ เขาเกิดเมื่อวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม ปีคริสต์ศักราช 2006 โดยเขาเกิดที่เมือง Taguatinga ในประเทศบราซิล และปัจจุบันมีอายุ 19 ปี (1 เมษายน 2026) [1]
และเขาคือกองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิล ที่ถูกยกย่องว่าเป็น “Wonderkid” น่าจับตามองที่สุดในโลก รวมถึงเป็นกองหน้าเท้าซ้าย ที่สัญชาตญาณการทำประตูสูง ยิงได้คมทั้งในและนอกกรอบ ซึ่งแม้ว่าเขาจะสูง 173 เซนติเมตร แต่ร่างกายแข็งแกร่ง บังบอลดี และมีความเร็วต้นจัดจ้าน สามารถกระชากหนีคู่แข่ง และสร้างความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายได้ดี
Endrick เริ่มฉายแววตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยพ่อของเขาโพสต์วิดีโอ ทักษะฟุตบอลลงยูทูบจนเตะตาแมวมอง Palmeiras จึงดึงเขาเข้าสู่อะคาเดมีในวัย 11 ปี ตลอดช่วงเยาวชนเขาทำสถิติยิง 165 ประตูจาก 169 นัด จนกลายเป็นดาวรุ่งที่เนื้อหอมที่สุดในบราซิล เขาเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ของ สโมสรฟุตบอลปัลเมย์รัส ด้วยวัยเพียง 16 ปี
และสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุด ที่ทำประตูในลีกบราซิล ฟอร์มร้อนแรงทำให้ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด ตัดสินใจคว้าตัวล่วงหน้าตามกฎย้ายทีมระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันในวัย 19 ปี เขาก้าวขึ้นติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ และอยู่กับเรอัล มาดริดเพื่อพัฒนาฝีเท้า เส้นทางของเขากำลังมุ่งสู่ การเป็นกองหน้าระดับโลกในอนาคต

Endrick ย้ายร่วมทีม Real Madrid อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม ปีคริสต์ศักราช 2024 ซึ่งตรงกับวันเกิดครบรอบ 18 ปีของเขาพอดี และเขาได้ลงประเดิมสนามในนัดแรกเมื่อวันที่ 25 เดือนสิงหาคม ปีคริสต์ศักราช 2024 นั่นเอง (11 เมษายน 2026) [2]
และเขากลายเป็นนักเตะ ที่มีค่าตัวสูงสุดของบราซิล หลังย้ายไป Real Madrid ด้วยค่าตัวรวมราว 72 ล้านยูโร ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่ง ที่มีค่าตัวสูงที่สุดในช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี เทียบชั้นกับ Rodrygo และ Vinicius Junior ที่เคยย้ายมาก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองคนปัจจุบันกลายเป็นกำลังหลักของทีม และติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่แล้ว (16 ธันวาคม 2022) [3]
ผลงานที่น่าภูมิใจของ Endrick Felipe ในวัย 19 ปี ครอบคลุมทั้งความสำเร็จในระดับสโมสร และทีมชาติ โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้
ความสำเร็จระดับสโมสร
เขาเป็นกองหน้าที่โดดเด่น เรื่องพลังและความเร็ว เขามีความแข็งแกร่งเกินวัย ทำให้สามารถเบียดปะทะ กับกองหลังได้ดี อีกทั้งยังมีการเร่งสปีดที่รวดเร็ว จึงอันตรายมากในจังหวะโต้กลับ และการเข้าทำในพื้นที่แคบ
และในด้านเทคนิค เขามีทักษะการเลี้ยงบอลที่คล่องตัว ควบคุมบอลได้แนบเท้า และสามารถสร้างโอกาสด้วยตัวเองได้ดี รวมถึงมีลูกยิงที่หนักและเฉียบคม โดยเฉพาะเท้าซ้ายซึ่งเป็นอาวุธหลัก ทำให้เขาทำประตูได้หลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ เขายังมีสัญชาตญาณกองหน้าที่ยอดเยี่ยม อ่านเกมขาด เคลื่อนที่หาพื้นที่ได้ฉลาด และมีความมั่นใจเกินวัย ส่งผลให้ถูกยกย่องว่าเป็น “Wonderkid” คนใหม่ของวงการฟุตบอลบราซิล และมีอนาคตไกลในระดับโลก
Endrick เขาเคยยิงได้กี่ประตู คำตอบคือ เขาเคยยิงประตูไปแล้วประมาณ 32 ประตู แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอาจเปลี่ยนแปลง ได้ตามผลงานในแต่ละฤดูกาล โดยในช่วงเริ่มต้นกับทีมชุดใหญ่ของ Palmeiras เขาทำประตูได้มากกว่าสิบลูก และถือเป็นดาวรุ่งที่มีสถิติ การยิงประตูที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับผู้เล่นวัยเดียวกัน
คือสโมสร Palmeiras ในประเทศบราซิล ซึ่งเขาเข้าร่วมระบบเยาวชน และเริ่มต้นเส้นทางพัฒนาฝีเท้าอย่างจริงจัง ตั้งแต่อายุยังน้อย ที่นั่นเขาได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้น จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวรุ่ง ที่โดดเด่นที่สุดของสโมสรในรุ่นเยาวชน
ซึ่งเขาสวมเสื้อหมายเลข 16 ในฤดูกาลแรก ก่อนจะได้รับมอบเสื้อหมายเลข 9 ของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด อย่างเป็นทางการ โดยหมายเลขนี้สะท้อนความคาดหวังของสโมสร ที่ต้องการผลักดันเขาให้ก้าวขึ้น เป็นกองหน้าตัวหลักในอนาคต

