
เตือนภัย ทำไมวัยรุ่น ถึงเสี่ยงติดพนันมากกว่าผู้ใหญ่
- เฌออัณณ์
- 22 views

ทำไมวัยรุ่น ถึงเสี่ยงติดพนันมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเพราะว่า วัยรุ่นมีสมองส่วนการยับยั้งชั่งใจ ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ และมีความไวต่อสาร Dopamine เนื่องจากสมองของวัยรุ่น จะตอบสนองต่อของรางวัลต่าง ๆ และเกิดความตื่นเต้น ได้รุนแรงกว่าผู้ใหญ่ และเมื่อไรที่เล่นพนันแล้วชนะ สมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา จึงทำให้อยากกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง
เพราะในปัจจุบัน การพนันมาในคราบของเกมออนไลน์ ที่มีการเข้าถึงได้ง่าย และที่สำคัญเลยก็คือ เว็บพนันในยุคสมัยนี้ มีรูปแบบการใช้แพลตฟอร์ม ที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี และถูกออกแบบมาให้ มีภาพกราฟิกที่สวยงาม มีเลเวล มีภารกิจ และมีการสะสมแต้ม เหมือนวิดีโอเกมที่วัยรุ่นคุ้นเคย จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกับว่า เขากำลังใช้ทักษะในการเล่นเกม
ที่ไม่ใช่การเสี่ยงโชคอยู่นั่นเอง แถมปัจจุบันยังมีระบบ “Microtransactions” และ “Loot Boxes” ที่ทำให้วัยรุ่นคุ้นชินกับการสุ่ม “กาชา” หรือซื้อกล่องสุ่มในเกม เพื่อหาไอเทมที่หายาก ซึ่งจะมีกลไกทางจิตวิทยา แบบเดียวกับการพนัน โดยมีการจ่ายเงิน เพื่อลุ้นรางวัลที่ไม่แน่นอน จึงทำให้สมองถูกฝึก ให้เสพติดความตื่นเต้น จากการลุ้นโชคตั้งแต่อายุยังน้อย
รวมถึงมีช่องทางการเข้าถึงที่ “ไร้รอยต่อ” เนื่องจากว่าระบบ การเงินดิจิทัลในปัจจุบัน ทำให้การฝาก-ถอนเงิน ทำได้ภายในไม่กี่วินาที โดยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะประกอบกับ AI ของแพลตฟอร์ม บนโลกโซเชียล ที่คอยยิงโฆษณาพนันออนไลน์ มาที่หน้าไทม์ไลน์ของวัยรุ่นโดยตรง จึงทำให้วัยรุ่นเกิดความสนใจ และสามารถเข้าสู่ระบบได้ทุกที่และทุกเวลา
เพราะระบบเกมในยุคใหม่ ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่ให้ “ความสนุก” เท่านั้น แต่ถูกออกแบบด้วยหลักจิตวิทยา เพื่อดึงดูดให้สมอง ของวัยรุ่นให้หลั่ง Dopamine อย่างต่อเนื่อง จนทำให้หยุดไม่ได้ เพราะว่ามีระบบสุ่มรางวัลที่ไม่แน่นอน ซึ่งนี่คือหัวใจของ “กาชา” หรือ “กล่องสุ่ม” ที่ทำให้สมองจะตื่นเต้น กับการลุ้นรางวัล ที่ไม่รู้ว่าจะออกเมื่อไร
ซึ่งคำว่า “กาชา” หรือ “Gacha” คือระบบการขายสินค้า หรือไอเทมที่ใช้ “การสุ่ม” เป็นกลไกหลัก โดยมีที่มาจากคำว่า “Gachapon” ซึ่งเป็นชื่อของเครื่องตู้หยอดเหรียญ ที่มีจุดกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยได้มีการผลิตขึ้น เมื่อปีคริสต์ศักราช 1965 จากบริษัท “BANDAI” นั่นเอง (23 พฤศจิกายน 2017) [1]
และกาชาจะมีความคล้ายกับ “ตู้สล็อตแมชชีน” ที่ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1891 จากบริษัท Sittman and Pitt ที่รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องเล่น ที่ใช้การเปิดไพ่โป๊กเกอร์ จำนวนทั้งหมด 50 ใบ เพื่อลุ้นรางวัลจากร้านค้าเป็นต้น (22 ธันวาคม 2023) [2] จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่า “อีกตาเดียวก็จะชนะ” จนเลิกเล่นไม่ได้นั่นเอง
ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก เด็กวัยรุ่นในยุคสมัยนี้ หลงเชื่อในข้อมูลและสถิติ หรือสูตรเด็ด กับเทคนิคการเอาชนะ โดยมักจะคิดว่าถ้าศึกษา “สูตรปั่นสล็อต” หรือ “เทคนิคการแทงสล็อต” จะช่วยให้ชนะเกมได้ แต่ลืมไปว่าระบบถูกควบคุมด้วย “Algorithm” ที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นแพ้ ในระยะยาวเสมอ และมีความคิดที่ผิด ๆ ดังต่อไปนี้คือ

ซึ่งเป็นเพราะว่าสมองส่วน “เบรก” ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ยั้งคิด พิจารณาเหตุผล และควบคุมอารมณ์ จะพัฒนาสมบูรณ์เมื่ออายุประมาณ 25 ปี ในขณะที่สมองส่วนอารมณ์ และความพึงพอใจของวัยรุ่นเต็มที่แล้ว จะทำให้เวลาวัยรุ่น เห็นโอกาสได้เงิน หรือความตื่นเต้น พวกเขาจะพุ่งใส่ทันทีโดยที่ “เบรกทางความคิด”
ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ เพราะมี “Dopamine” ที่รุนแรงกว่าปกติ ซึ่งสมองวัยรุ่นไวต่อสาร Dopamine หรือสารแห่งความสุขมากเป็นพิเศษ เมื่อชนะพนันเพียงครั้งเดียว สมองจะจดจำความสุข นั้นไว้อย่างดี จนเกิดอาการโหยหา และอยากกลับไปสัมผัสความรู้สึกนั้นซ้ำๆ จนกลายเป็นวงจรการเสพติด ที่เกิดได้เร็วกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
และหลายคนสงสัยว่า สมองส่วนไหน ทำให้ติดพนัน และควบคุมได้ยาก โดยสมองส่วนที่ทำให้ติดพนัน จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือส่วนที่ “กระหายรางวัล” กับส่วนที่ “คอยห้ามปราม” ได้แก่ Ventral Striatum (ศูนย์สร้างความพึงพอใจ) กับ Prefrontal Cortex (สมองส่วนหน้า/ส่วนยั้งคิด) เป็นต้น
ซึ่งจะต้องเน้นไปที่ “การตัดวงจรทั้งหมด” ทั้งทางกายภาพ และจิตใจแบบเด็ดขาด โดยจะมีวิธีการเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นไทยในปี 2026 ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะว่ามีเด็กและเยาวชนไทย เข้าสู่วงจรการพนันพุ่งสูงถึง 5 ล้านคน โดยมีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ จากรายงานของสำนักงาน การส่งเสริมสุขภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาเตือนว่า มีจำนวนผู้เล่น ที่เป็นเยาวชนไทยสูงขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเริ่มต้นจากปี 2023 ที่พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่น เล่นการพนันสูงถึง 32.3% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของกลุ่มเยาวชน และพบว่ามีเงินจำนวนมหาศาล ที่หมุนเวียนเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นจำนวนเงินมากถึง 58,675 ล้านบาท โดยจะตกอยู่เดือนละ 1,633 บาท (21 กุมภาพันธ์ 2026) [3]
รวมถึงยังมีกลุ่มวัยรุ่นที่น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ที่อายุประมาณ 15-25 ปี จากการสำรวจพบว่า มีผู้เล่นพนันออนไลน์ประมาณ 2.9 ล้านคน และในจำนวนนี้ มีผู้ที่อยู่ในภาวะอันตราย หรือเสี่ยงติดพนันอย่างรุนแรงถึง 739,000 คนอีกด้วยนั่นเอง
ทำไมวัยรุ่น ถึงเสี่ยงติดพนันมากกว่าผู้ใหญ่ คำตอบคือ เป็นเพราะว่าสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และส่วนการยับยั้งความคิด ของวัยรุ่นยังโตไม่เต็มที่ จึงทำให้วัยรุ่น ตัดสินใจตามอารมณ์ชั่ววูบ ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ รวมถึงสมองของวัยรุ่นจะไวต่อ “สารแห่งความสุข” ซึ่งเวลาที่เล่นเกมแล้วชนะ จะรู้สึกสะใจ และมีความสุขมากกว่า ผู้ใหญ่หลายเท่านั่นเอง
ซึ่งจะมีพฤติกรรมเก็บตัวอยู่กับหน้าจอนานผิดปกติ และมีอารมณ์แปรปรวน หรือหงุดหงิดง่ายเมื่อไม่ได้เล่นเกม รวมถึงมักจะเริ่มโกหกผู้อื่น เพื่อขอเงินเพิ่ม หรือเริ่มหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูง จนกลายเป็นปัญหาหนี้สินตามมานั่นเอง
ซึ่งมีความน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีเด็กและเยาวชนไทย เข้าสู่วงจรนี้สูงถึง 5 ล้านคน และมีเยาวชนกว่า 7 แสนคน ที่เข้าขั้นติดการพนันอย่างรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อชีวิต

