สงสัยไหมว่า ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก

ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก

ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก ซึ่งเป็นเพราะว่า การพนันเปรียบเสมือนกับ “สารแห่งความสุข” ที่เข้าไปเปลี่ยนระบบสมองให้หลั่งสาร “Dopamine” ออกมาอย่างมหาศาล จึงทำให้เมื่อหยุดเล่นไปนาน ๆ สมองจะโหยหาความตื่นเต้น และทำให้อยากกลับไปเล่นอีก รวมถึงเป็นเพราะความเครียด และการเข้าถึงที่ง่ายนั่นเอง

  • เจาะลึกเกี่ยวกับ คนที่เคยเลิกเล่นพนันได้แล้ว แต่กลับไปเล่นใหม่
  • การใช้สัญชาตญาณในการล่าทุนคืน กับสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบัน
  • จำนวนประชากรที่เลิกการพนัน กับแนวทางการสร้างกิจกรรมทดแทน

กลไกสมอง กับการเสพติดพนัน

ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนที่เลิกพนันแล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก เพราะการพนันส่งผลต่อสมองคล้ายกับยาเสพติด ทำให้ผู้เล่นหลายคนอยากกลับมาเล่นอีก ทั้งที่เคยผ่านความทุกข์ทรมานจากการเสียพนัน และบางคนก็เลิกได้มาเป็นเดือนหรือเป็นปีแล้ว แต่อยู่ ๆ กลับตัดสินใจกลับไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง

เมื่อเราเล่นพนันสมองจะหลั่งสาร “Dopamine” หรือ “สารแห่งความสุข” ออกมาในปริมาณมหาศาล ซึ่งถึงแม้จะเลิกไปแล้วก็ตาม แต่เนื่องจาก “วงจรการให้รางวัล” ในสมอง ยังคงจดจำความตื่นเต้นนั้นได้ เมื่อเกิดความเครียด หรือความเบื่อหน่าย สมองจะสั่งการให้เรา กลับไปหาสิ่งที่เคยสร้างความสุขได้เร็วที่สุด ซึ่งก็คือการพนันนั่นเอง

และหลังจากเลิกได้สักพัก ผู้เล่นมักจะเริ่มรู้สึกว่า “ตอนนี้เขาควบคุมตัวเองได้แล้ว” ซึ่งความคิดแบบนี้อันตรายมาก เพราะมันจะนำไปสู่การลองเล่น “แค่ขำ ๆ” หรือ “แค่ตาเดียว” แต่เมื่อก้าวเข้าไปแล้ว ระบบการยับยั้งชั่งใจจะพังทลายลงทันที เนื่องจากสมองส่วนหน้าที่คอยทำหน้าที่ในการคิดวิเคราะห์ จะพ่ายแพ้ต่อสมองส่วนอยากที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่

สัญชาตญาณในการตามล่าทุนคืน

ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ ที่นักลงทุนพยายามเอาชนะ เพื่อดึงเงินที่เพิ่งขาดทุนไป กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และสร้างความเสียหายหนักกว่าเดิม โดยมีสาเหตุและลักษณะของสัญชาตญาณดังต่อไปนี้

  • การถูกครอบงำด้วยอารมณ์ : ความรู้สึกโกรธ แค้น หรือเสียดาย (Loss Aversion) เข้ามาแทนที่เหตุผล และแผนการที่วางไว้
  • การขาดวินัย : ละทิ้งระบบเทรด หรือหลักการลงทุนของตัวเอง เพื่อหวังผลตอบแทนที่รวดเร็ว
  • การเพิ่มความเสี่ยง (Overtrading) : มักเทรดด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น (Position Sizing) หรือเทรดบ่อยเกินความจำเป็น “เพื่อล้างแค้น” ให้ได้ทุนคืนในครั้งเดียว

สภาพแวดล้อม และสิ่งเร้าในยุคดิจิทัล

เป็นเพราะสภาพแวดล้อม ในยุคดิจิทัลถูกออกแบบมาเพื่อ ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นการตอบสนองของสมอง จึงทำให้ผู้ที่เลิกเล่นการพนันแล้ว ต้องเผชิญกับ “สิ่งเร้า” ที่เข้าถึงตัวได้ง่ายและรุนแรงกว่าในอดีต โดยมีสาเหตุดังต่อไปนี้

  • การตามหลอกหลอนของโฆษณา : เมื่อเคยเข้าเว็บไซต์พนัน อัลกอริทึมจะจดจำ และส่งโฆษณาตามไปทุกที่ ทั้งใน Facebook, YouTube หรือแม้แต่เว็บไซต์ดูหนัง/ฟุตบอล เป็นต้น
  • Influencer และเน็ตไอดอล : การใช้คนที่มีชื่อเสียงมาโปรโมต ทำให้การพนันดูเป็นเรื่อง “ปกติ” หรือเป็น “ไลฟ์สไตล์” ที่น่าเลียนแบบ จนทำให้กำแพงในใจ ของผู้ที่เลิกแล้วพังทลายลง
  • โปรโมชันดึงดูดใจ : เว็บพนันมักส่ง SMS หรืออีเมลมอบ “เครดิตฟรี” หรือ “โบนัสคืนเงิน” เพื่อกระตุ้นให้กลับไปลองเล่นเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาติดซ้ำ

การขาดกิจกรรมทดแทน จึงทำให้ชีวิตว่างเกิน

ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก

เพราะการมีเวลาว่างที่ไร้จุดหมาย คือศัตรูตัวฉกาจของคนที่กำลังเลิกพนัน เมื่อสมองขาดกิจกรรม ที่ให้ความสุขหรือความตื่นเต้น สมองจะวิ่งกลับไปหาทางลัดเดิมที่คุ้นเคยที่สุด ซึ่งก็คือการพนัน และการขาดกิจกรรมทดแทน จึงนำไปสู่การกลับไปเล่นซ้ำ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ภาวะสมองโหยหาสารแห่งความสุข หรือ “Dopamine” : เนื่องจากการพนันทำให้สมองหลั่งสารความสุข ในปริมาณมหาศาลแบบทันทีทันใด เมื่อเลิกเล่นแล้ว สมองจะรู้สึก “จืดชืด” กับกิจกรรมปกติ และหากไม่มีกิจกรรมอื่น ๆ มาเติมเต็มช่องว่างนี้ สมองจะสั่งการให้เกิดความกระวนกระวาย และอยากกลับไปหาความตื่นเต้นแบบเดิม

วงจร “เหงา-ว่าง-ฟุ้งซ่าน” : เมื่อไม่มีงานหรืองานอดิเรกให้โฟกัส จิตใจจะเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต เช่น “ความเสียดายเงินที่เสียไป” หรือ “ความทรงจำตอนที่ชนะ” และหันไปแก้ปัญหาด้วยการพนัน ในสภาวะที่ชีวิตว่างเปล่า การพนันมักถูกใช้เป็นเครื่องมือ “ฆ่าเวลา” เพื่อหนีจากความเบื่อหน่ายหรือความโดดเดี่ยว

จำนวนประชากร ที่เลิกการพนันแล้ว แต่กลับมาเล่นใหม่

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงปี 2025-2026 พบว่ามีคนไทยประมาณ 6.6 ล้านคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดการพนัน ซึ่งรวมถึงผู้ที่เคยพยายามเลิกเล่น หรือสลับเข้า-ออกจากวงจรการพนันมาแล้ว

ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปีคริสต์ศักราช 2023 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปีคริสต์ศักราช 2024 ทำให้วงการพนันออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงนั้นมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นถึง 135.8% เมื่อเทียบกับในช่วงปีคริสต์ศักราช 2019 นั่นเอง (5 กรกฎาคม 2021) [1]

เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย รวมถึงความโดดเดี่ยวจากการล็อกดาวน์ และการถูกกักตัวอยู่บ้าน จึงทำให้เกิดความเหงาและเบื่อหน่าย ซึ่งถือเป็น “สิ่งเร้า” ที่ทำให้คนที่เลิกแล้วกลับมาเล่นใหม่ เพื่อระบายความเครียด อีกทั้งในปีคริสต์ศักราช 2021 ยังพบว่าคนไทยเล่นพนันเพิ่มขึ้นประมาณ 1.9 ล้านคนอีกด้วย

ถ้าหากถูกจับได้ว่าเล่นพนัน จะถูกตำรวจจับไหม?

จะถูกตำรวจจับอย่างแน่นอน เพราะผู้ที่เข้าเล่นพนันออนไลน์ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน มาตรา 9 กับพระราชบัญญัติปราบปรามการฟอกเงินในปี 1999 อีกด้วย ส่วนเจ้ามือจะมีโทษ โดยการปรับเงินประมาณ 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นต้น (30 มิถุนายน 2023) [2]

ส่วนการพนันที่ถูกกฎหมาย เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐ ซึ่งสามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นกรณีอื่นๆ เช่น หวยใต้ดิน, กาสิโน หรือ กีฬาออนไลน์ ก็ยังถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการพนัน ที่ถูกบังคับใช้ตั้งแต่ในปี 1935 เป็นต้นมานั่นเอง (19 กันยายน 2025) [2]

สรุปแล้ว ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก

ทำไมคนที่เคยเลิกได้แล้ว ถึงกลับไปเล่นอีก คำตอบก็คือ สมองโหยหาสาร Dopamine เมื่อชีวิตว่างเปล่า โดยสมองจะสั่งให้กลับไปหา ความตื่นเต้นเร้าใจจากการพนัน เพื่อเติมเต็มความสุขทางลัดจากสิ่งเร้าดิจิทัล อันมาจากอัลกอริทึมโฆษณา และโซเชียลมีเดีย ที่คอยกระตุ้นความอยากตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้จิตใจอ่อนแอในช่วงเวลาที่เปราะบาง

โฆษณาพนันในมือถือ ทำร้ายเราได้อย่างไร?

ซึ่งมันจะคอยสะกิดความอยาก ผ่านอัลกอริทึมที่ส่งโปรโมชัน มาหลอกล่อในช่วงที่เราอ่อนแอ และทำให้การพนัน ดูเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน จนเราเผลอลดเกราะป้องกันใจ

สัญชาตญาณการตามล่าทุนคืน จะกลับมาตอนไหน?

ซึ่งมักจะกลับมาในจังหวะที่เรารู้สึก “อับจนหนทาง” หรือมีความเครียดเรื่องเงิน จนอยากหาทางลัด และจะรุนแรงที่สุด เมื่อเราเผลอเชื่อว่า “ดวงกำลังจะมา” จนยอมทิ้งเหตุผลเพื่อเดิมพันครั้งสุดท้าย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง