เจาะโครงสร้าง ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน

ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน

ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน คำตอบคือ มักเป็นตำรวจไซเบอร์ เป็นตัวหลัก แต่ในหลายคดี ก็อาจมีหน่วยอื่นเข้ามาร่วมด้วย เพราะคดีลักษณะนี้ ไม่ได้มีแค่งานจับกุมอย่างเดียว ยังมีทั้งงานสืบสวน ขยายผลเส้นทางการเงิน และการประสาน เพื่อปิดกั้นเว็บ หรือช่องทางเผยแพร่บนโลกออนไลน์

  • บทบาทของตำรวจไซเบอร์ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง
  • ความต่างระหว่างการจับกุม กับการปิดกั้นเว็บ
  • เหตุผลที่คดีเว็บพนัน ต้องทำงานหลายฝ่ายร่วมกัน

หน่วยที่มักถูกพูดถึงมากที่สุด คือตำรวจไซเบอร์

ถ้าถามแบบสั้น และตรงที่สุดว่า ตำรวจหน่วยไหนเป็นคนจับเว็บพนัน คำตอบที่มักเจอบ่อยที่สุดคือ กองบัญชาการ ตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เพราะหน่วยนี้ ถูกตั้งมาเพื่อรับมือคดีอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีโดยตรง

และมีบทบาทชัด ทั้งในเรื่องเว็บพนัน การหลอกลวงออนไลน์ และการตามเส้นทางดิจิทัลต่าง ๆ โดยข่าวจาก กสทช. ก็ระบุชัดว่ามีการส่งข้อมูลผู้ส่ง SMS เว็บพนันให้ บช.สอท. ขยายผลจนจับกุมได้จริงหลายรายด้วย

ในทางปฏิบัติ เวลามีการทลายเครือข่ายเว็บพนัน หน่วยนี้มักทำงานตั้งแต่ แกะระบบหลังบ้าน ตรวจเส้นทางการเงิน เช็กบัญชีม้า ไล่ดูแอดมิน หรือผู้รับผลประโยชน์ และขออำนาจตามกฎหมาย เพื่อเข้าตรวจค้น หรือจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดูแค่หน้าเว็บ แต่ดูทั้งเครือข่ายที่เชื่อมกัน อยู่ข้างหลังด้วย

ไม่ได้มีแค่ตำรวจไซเบอร์ หน่วยอื่นก็จับได้เหมือนกัน

แม้ บช.สอท. จะเป็นตัวหลัก ในภาพจำของคนทั่วไป แต่คดีเว็บพนัน ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับหน่วยเดียว ตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะสายงานด้านอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ก็มีบทบาท ในการจับเจ้าของเพจ โปรโมเตอร์ แอดมิน หรือเครือข่ายฟอกเงิน ที่โยงกับเว็บพนันเหมือนกัน

และในบางคดี ตำรวจท้องที่ ก็อาจเป็นผู้เริ่มรับแจ้งเหตุ หรือขยายผลจากพื้นที่ ก่อนส่งต่อให้หน่วยเฉพาะทาง พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคดีเกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีอย่างชัดเจน หน่วยไซเบอร์มักเด่นที่สุด

แต่ถ้าคดีพ่วงเรื่องฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล เครือข่ายบัญชีม้า หรือการกระทำผิดหลายพื้นที่พร้อมกัน ก็อาจมีหลายหน่วย เข้าร่วมทำคดีเดียวกันได้ จึงไม่แปลก ที่เวลาอ่านข่าวแต่ละสำนัก แล้วจะเห็นชื่อหน่วย ไม่เหมือนกันทั้งหมด

งานจับ กับ งานปิดเว็บ เป็นคนละขั้นตอนกัน

หลายคนสงสัยว่า ใครเป็นคนสั่งปิด เว็บพนัน แล้วชอบคิดว่าตำรวจที่จับกุม ก็คือคนเดียวกับที่สั่งปิดเว็บเลย แต่จริง ๆ แล้ว “การจับ” กับ “การปิดกั้นการเข้าถึง” เป็นคนละส่วนของกระบวนการ แม้จะเชื่อมกันอยู่ก็ตาม

โดยข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลฯ เคยอธิบายไว้ชัดว่า เรื่องการจับเป็นอำนาจหน้าที่ ของตำรวจ ส่วนการสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมาย และคำสั่งศาล เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น เวลามีคนถามว่าใคร เป็นคนสั่งปิดเว็บพนัน คำตอบที่ถูกกว่าคือ ไม่ใช่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว

แต่เป็นการทำงานร่วม กันระหว่างฝ่ายสืบสวน ฝ่ายกฎหมาย ศาล หน่วยงานดิจิทัล และผู้ให้บริการ ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อแยกแบบนี้ จะเข้าใจข่าวได้ง่ายขึ้น ว่าทำไมบางคดีจับคนได้ก่อน แต่เว็บยังไม่หายไปทั้งหมดในทันที

ฝั่งดิจิทัลมีบทบาทเรื่องปิดกั้น

ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน

ในปี 2563 กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่ามีคำสั่งศาล สั่งปิดเว็บพนันออนไลน์แล้ว 1,202 เว็บไซต์ และย้ำชัดว่า เรื่องจับกุมเป็นหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย (23 กันยายน 2020) [1]

ต่อมาในปี 2564 กสทช. เปิดเผยว่าปิดชื่อผู้ส่ง SMS หลอกลวง ที่โยงกับพนันออนไลน์ ไปแล้วกว่า 600 รายชื่อผู้ส่ง และส่งข้อมูลอีกกว่า 400 รายชื่อผู้ส่ง ให้ บช.สอท. ขยายผล จนจับกุมได้ 131 ราย (23 ธันวาคม 2021) [2]

ตัวเลขนี้ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า บางครั้งการปราบเว็บพนัน ไม่ได้เริ่มจากตัวเว็บอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจาก SMS โฆษณา ช่องทางชวนเล่น หรือระบบสื่อสาร ที่ใช้ดึงคนเข้าเว็บด้วย ยิ่งมีการตัดวงจร การชักชวนได้เร็วเท่าไร โอกาสที่คนจะถูกพาเข้าไปเล่น ก็ยิ่งลดลงเท่านั้น

คดีใหญ่ มักมีหลายหน่วยเข้ามาร่วม

ในปี 2568 กระทรวงดิจิทัลฯ ยังรายงานการปิดบัญชีและ URLs ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์จำนวนมากในช่วงสั้น ๆ และเตือนว่าการเข้าไปเกี่ยวข้อง กับพนันออนไลน์ เสี่ยงทั้งเสียเงิน และเสี่ยงคดีอาญา

ขณะเดียวกันในคดีที่มีมูลค่าสูง หรือโยงฟอกเงิน หน่วยอย่าง DSI ก็อาจเข้ามารับช่วง ในส่วนของคดีพิเศษ หรือการติดตามตัวผู้ต้องหาได้ด้วย พอมาถึงปี 2569 กระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเผยว่าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายแล้ว 437,473 รายการ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ

และในจำนวนนี้ เกี่ยวกับพนันออนไลน์กว่า 362,482 รายการ สะท้อนว่าเกมนี้ ไม่ใช่การจับทีเดียวแล้วจบ แต่เป็นงานไล่ปิด ไล่สืบ ไล่ขยายผลแบบต่อเนื่อง เพราะเว็บหนึ่งหายไปก็อาจมีอีกหลายโดเมน หรือหลายช่องทาง โผล่ขึ้นมาแทน (12 มีนาคม 2026) [3]

ตำรวจเป็นคนจับ แต่การปิดเว็บต้องใช้หลายฝ่าย

ถ้าจะตอบแบบไม่อ้อมค้อม ตำรวจที่คนมักหมายถึง เวลาพูดเรื่องจับเว็บพนันคือ ตำรวจไซเบอร์ หรือ บช.สอท. แต่ในของจริง อาจมีทั้งตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจท้องที่ และบางคดีอาจมี DSI เข้ามาร่วมด้วยตามลักษณะคดี โดยเฉพาะเมื่อคดีเริ่มซับซ้อน หรือมีเรื่องฟอกเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนคำว่า “ปิดเว็บ” ต้องแยกให้ออกว่าเป็นอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งต้องพึ่งกระบวนการกฎหมาย คำสั่งศาล กระทรวงดิจิทัลฯ หน่วยกำกับ และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง จึงไม่แปลกเลย ที่บางครั้งเราเห็นข่าวจับผู้ต้องหาแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะ กว่าการปิดกั้นจะเห็นผล ครบทุกช่องทาง

สรุป ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน

ตำรวจหน่วยไหน เป็นคนจับเว็บพนัน ตัวหลักมักเป็น บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ แต่บางคดี ก็มีตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจท้องที่ หรือ DSI ร่วมด้วย ส่วนการสั่งปิดกั้นเว็บ ไม่ใช่งานของตำรวจฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยศาล กระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกัน

ตำรวจที่จับ คือคนเดียวกับคนสั่งปิดเว็บไหม?

ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการจับกุม เป็นงานของตำรวจ แต่การปิดกั้นการเข้าถึงเว็บ ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ดังนั้นจึงมักเห็นว่า แม้จับผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว ขั้นตอนปิดเว็บ ยังต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง

ทำไมจับแล้ว เว็บพนันยังกลับมาได้อีก?

เพราะเครือข่ายเว็บพนัน มักเปลี่ยนโดเมน เปลี่ยนช่องทางโฆษณา และแตกย่อยเป็นหลายบัญชีหลายเพจ จึงต้องทั้งจับคน ปิดเส้นทางเงิน และปิดกั้นช่องทางออนไลน์ ไปพร้อมกัน ถ้าตัดได้แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง เครือข่ายก็ยังมีโอกาส กลับมาเปิดใหม่ได้อีก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง